ตัวบล็อกโฆษณาของ VPN นั้นไม่ได้มีคุณภาพเท่าเทียมกันทุกตัว บางตัวบล็อกเพียงแค่โฆษณาแบบดิสเพลย์พื้นฐาน ในขณะที่บางตัวสามารถสกัดกั้นโดเมนที่เป็นอันตราย หน้าเว็บฟิชชิง และตัวติดตามในระดับ DNS ก่อนที่ข้อมูลแม้แต่แพ็กเก็ตเดียวจะออกจากอุปกรณ์ของคุณ หากคุณกำลังประเมิน VPN โดยเน้นที่ความสามารถในการบล็อกโฆษณาโดยเฉพาะ เกณฑ์การพิจารณาจะต้องมากกว่าแค่ความเร็วหรือจำนวนเซิร์ฟเวอร์ คุณต้องดูอัตราการบล็อกที่ได้รับการพิสูจน์จากการทดสอบอิสระ ว่าฟีเจอร์ดังกล่าวทำงานในระดับเครือข่ายหรือไม่ และใช้งานได้บนทุกแพลตฟอร์มโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพหรือเปล่า
สำหรับรายการนี้ เราประเมิน VPN จากความแข็งแกร่งและความโปร่งใสของระบบบล็อกโฆษณาและตัวติดตามในตัว บันทึกการตรวจสอบอิสระ เขตอำนาจศาลและการจัดการข้อมูล รวมถึงความคุ้มค่าโดยรวม ตัวบล็อกโฆษณาของ VPN ควรวัดผลได้จริง ไม่ใช่แค่การตลาด
hide.me นำอันดับของเราด้วยแผนฟรีที่ให้บริการอย่างเอื้อเฟื้อ ซึ่งรวมถึงการบล็อกโฆษณาในตัวและไม่จำกัดปริมาณการใช้งาน ซึ่งเป็นชุดคุณสมบัติที่หาได้ยากจริงๆ Threat Protection Pro ของ NordVPN ได้รับการยืนยันผลลัพธ์อย่างเป็นอิสระ โดย AV-Comparatives รับรองอัตราการบล็อกฟิชชิงที่ 92% จากการทดสอบ ซึ่งเหนือกว่าส่วนขยายเบราว์เซอร์ส่วนใหญ่ CleanWeb ของ Surfshark บล็อกโฆษณา ตัวติดตาม และโดเมนมัลแวร์ในการเชื่อมต่อพร้อมกันแบบไม่จำกัดจำนวน NetShield ของ ProtonVPN ทำงานในระดับ DNS และพร้อมใช้งานแม้แต่ในแผนฟรี ทำให้เป็นหนึ่งในเครื่องมือความเป็นส่วนตัวที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด CyberGhost และ Private Internet Access ปิดท้ายรายการด้วยการบล็อกในระดับเครือข่ายที่แข็งแกร่ง เครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ที่กว้างขวาง และนโยบายไม่เก็บบันทึกที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว
ข้อควรทราบที่สำคัญ: ตัวบล็อกโฆษณาของ VPN ไม่สามารถทดแทนเครื่องมือระดับเบราว์เซอร์เฉพาะทาง เช่น uBlock Origin สำหรับการลบโฆษณาในเชิงการแสดงผลได้ สิ่งที่ VPN เหล่านี้ทำได้ดีคือการบล็อกโดเมนที่แสดงโฆษณาและติดตามผู้ใช้ในระดับการเชื่อมต่อ ซึ่งปกป้องแอปทั้งหมดบนอุปกรณ์ของคุณพร้อมกัน สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการการป้องกันทั้งระบบโดยไม่ต้องจัดการเครื่องมือแยกต่างหาก VPN ในรายการนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในขณะนี้